บทที่ 6 เจอกันอีกครั้ง IV
“ยังมีไข้อยู่หรือเปล่า ก็ไหนเมื่อตอนเที่ยง แม่บอกว่าไข้ลดลงไปบ้างแล้วไงคะ”
คุณเอื้อมเดือนถอนหายใจออกมาเบาๆ ท่านเองก็ไม่ทราบว่าทำไมไข้ถึงกลับมาสูงได้อีกทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็อยู่ในขั้นที่พอวางใจได้บ้างแล้ว
“แม่ไม่รู้เหมือนกัน แต่อิงอย่าเพิ่งถามเลย ตอนนี้ไออุ่นตัวร้อนมาก อิงกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหมลูก?”
“ไข้สูงเท่าไหร่คะ” เธอไม่ได้ตอบว่ากลับได้ไหม สนใจเรื่องไข้ของเจ้าตัวเล็กเป็นหลัก
“สามสิบแปดถึงสามสิบเก้า ขึ้นๆ ลงๆ มาสักพัก แม่พยายามเช็ดตัวให้แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่ แม่กลัวว่าถ้าไข้สูงกว่านี้ไออุ่นจะชักน่ะ”
“ไม่ได้...ปล่อยให้ไออุ่นชักไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ!”
น้ำเสียงของเธอร้อนรน พลางมองเวลาที่ผนังเป็นระยะ สิ่งที่ได้รับฟังทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความกลัว ความกังวลแล่นพล่านจับใจจนไม่อาจกักเก็บได้
ลูกชายเธอมีโรคประจำตัว หากปล่อยให้ชักเพราะมีไข้สูง จะเป็นอันตรายต่อลูกได้
“แม่ก็พยายามเช็ดตัวอยู่ ทำตามที่คุณหมอแนะนำ แต่ไออุ่นมีอาการร้องไห้จนหอบด้วย แม่ใจคอไม่ดีเลยลูก ไม่อย่างนั้นคงไม่โทรหาอิงแน่”
“หมั่นเช็ดตัวให้ไออุ่นก่อน อิงจะรีบกลับเดี๋ยวนี้ค่ะแม่”
สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก พลางหันไปมองที่ประตูบานใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงดิ่งไป เพื่อขออนุญาตคนเป็นนายกลับบ้านก่อนเวลา
เธอไม่อาจรอให้ถึงเวลาเลิกงานได้ ด้วยกลัวว่าอาการของลูกจะแย่ลงจนเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นมา เจ้าตัวกลมของเธอไม่แข็งแรงนัก และเธอไม่ปรารถนาจะให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำสองอีก
“เข้ามา” ชายหนุ่มร้องบอก เมื่อประตูห้องถูกเคาะติดต่อกันหลายครั้ง
“อิงมีเรื่องจะรบกวนคุณโอบหน่อยค่ะ” น้ำเสียงของเธอฟังดูไม่สู้ดี แต่คนฟังจำต้องเก็บอาการ “เป็นเรื่องด่วน”
“มีอะไร?”
คนที่เพิ่งวิ่งกลับมานั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่เอ่ยถาม ทำราวกับว่าไม่รู้เรื่องอะไร ทั้งที่จับใจความได้ตั้งแต่แรก ว่ามีใครบางคนกำลังป่วย
และใครคนนั้นก็คงสำคัญกับอิงดาวมาก เธอถึงได้มีท่าทีร้อนรนจนปิดไม่มิดถึงเพียงนี้
“อิงจะขอเลิกงานก่อนเวลา ขอรบกวนสักครั้งได้ไหมคะ”
“เหตุผลล่ะ?”
“แม่ไม่สบายมากค่ะ อิงต้องรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้”
“แม่เป็นอะไร?” เขาถามเสียงเรียบ
“มีไข้สูงค่ะ อิงเป็นห่วงแม่ และจำเป็นต้องรีบกลับตอนนี้ รอให้เลิกงานไม่ได้”
คนตัวเล็กส่งคำขอร้องผ่านทางสายตา อยากให้เขาอนุญาตโดยไว เธอไม่อาจปล่อยให้มารดาที่แก่ชราอยู่กับเจ้าตัวเล็กวัยสองเดือนเศษตามลำพังได้
ภาพที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้วยังทำให้เธอตื่นกลัวฝังใจ ใบหน้าแดงจนเกือบคล้ำของลูกขณะร้องไห้ทั้งที่มีไข้ ไม่อาจถูกลบไปจากใจได้เลยจริงๆ
“แม่ไม่สบายมาก?”
“ค่ะ”
“ถ้างั้นพี่ไปเยี่ยมแม่ด้วยได้ไหม?”
“ไม่ได้ค่ะ...ไม่ได้เด็ดขาด!” เธอตอบเสียงดัง
ทั้งน้ำเสียงและท่าทางลืมตัวนั้นทำให้โอบนิธิเลิกคิ้วขึ้นสูง ไม่เคยเห็นเธอมีท่าทีแบบนี้มาก่อน เพราะอิงดาวกำลังลนลานมากในแบบที่เขาไม่เคยเห็น
“ทำไม?” เขาหรี่ตามองเธออย่างจับสังเกต
“คือ...” อิงดาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะไม่รู้จะตอบคำถามเขาอย่างไร “ขอโทษค่ะ อิงแค่ไม่อยากรบกวนคุณ”
“พี่ไม่เคยคิดว่าเรื่องของอิงเป็นเรื่องรบกวน”
“แต่อิงไม่อยากให้คุณต้องเสียเวลากับเรื่องของอิง”
“เรื่องของเมีย สำคัญกับพี่เสมอ”
คนฟังได้แต่พ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แค่เรื่องของความเร่งรีบก็ทำให้หัวใจดวงน้อยหน่วงหนึบมากพอแล้ว นี่เขายังจะหาเรื่องถ่วงเวลาอีกทำไม!
“อย่านอกเรื่องได้ไหมคะ อิงกำลังรอฟังคำตอบอยู่”
“พี่อนุญาต และพี่จะไปกับอิงด้วย เผื่อแม่ไม่สบายหนักพี่จะได้พาท่านไปหาหมอ”
“อิงบอกแล้วไงว่าไม่อยากรบกวน!”
“ก็ได้...ถ้าไม่ให้พี่ไปด้วย งั้นอิงก็ไม่ต้องกลับ”
โอบนิธิยื่นคำขาด ทำให้คนที่มีอาการลนลานหน้างอ แต่เวลานี้ไม่อาจชักช้าได้ หากเขาจะตามไปที่บ้านจนพบความจริง เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“ว่าไงล่ะอิง?”
“งั้นก็ได้ค่ะ ไปกันเลยนะคะ อิงรีบมากจริงๆ!”
หญิงสาวเดินมาคว้าข้อมือคนตัวสูงทันทีที่เห็นว่าเขาลุกจากเก้าอี้ มือไม้ที่สั่นระริกนั้นทำให้ชายหนุ่มแปลกใจ แต่กลับเลือกที่จะไม่ถามสิ่งใด เพราะเขาอยากได้คำตอบนั้นด้วยตาของตัวเอง
อยากรู้...ว่าความจริงแล้วคนที่เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นใคร ถึงได้ทำให้อิงดาวสติแตกได้มากขนาดนี้
และวันนี้...เขาจะต้องได้รู้ทุกอย่างทั้งหมดด้วย!
